[Steam] วิธีเอาตัวรอดแบบละเอียดยิบในเกม Don’t Starve Together

4677
0

ชาว Don’t Starve Together ทั้งผู้เล่นมือเก๋า หรือผู้เล่นมือใหม่ ต้องเคยมีปัญหากับการเอาชีวิตรอดทั้งแผนที่เก่า และใหม่ หรือในช่วงฤดูกาลจะเตรียมรับมือยังไงดี บทความนี้ Razer Gold จะได้รวบรวมวิธีเอาตัวรอดในแต่ละสภานะการณ์ พร้อมวิธีเล่นตั้งแต่เริ่มเกม จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย!

ห้ามพลาด!
20 เกม Co-Op Game ไว้เล่นกับเพื่อนช่วง Steam Sale
Steam รวม 10 เกมเล่นกับเพื่อน ต้อนรับ Halloween
ชี้เป้า 35 เกมที่พี่เอก HEARTROCKER (HRK) เล่นใน Steam

แนะนำตัวละครเล่นง่าย

ตัวละครภายในเกมปัจจุบันมีทั้งหมด 18 คน ซึ่งจะทั้งตัวละครฟรีจากภาคอื่น ๆ และ DLC จากภาคนี้ โดยเป็นตัวละครที่ต้องซื้อ หรือใช้ด้ายแดงในการแลกเท่านั้น ตัวละครแต่ละตัวจะมีจุดแข็งจุดอ่อนแตกต่างกันไป ทำให้ความยากง่ายในการเล่นต่างกัน สำหรับมือใหม่ ตัวละครเล่นง่ายแนะนำมีดังนี้

Wilson : The Gentleman Scientist

นักวิทยาศาสตร์ หนึ่งในคนที่ถูกหลอกเข้ามาในโลกนี้ โดยมีค่าสถานะบาลานซ์มากสุด วิลสันไม่ได้มีเงื่อนไขพิเศษ ความกลัว แถมไม่แพ้อะไรเลยทำให้เป็นตัวละครที่เล่นง่ายมาก นอกจากนี้วิลสันยังมีความสามารถพิเศษคือ หนวดเครา ซึ่งจะโตทุก 4 วันทิ้งไว้ยาวได้สูงสุด 16 วัน หนวดจะช่วยป้องกันความหนาว และยังสามารถโกนเพื่อเอาวัตถุดิบในการคราฟไอเทมได้อีกด้วย

สรุป
• ไม่มีเงื่อนไข
• ไม่มีข้อเสีย หรือแพ้อะไรเป็นพิเศษ
• มีหนวดเครา สามารถป้องกันความหนาวเย็น และสามารถโกนมาคราฟของได้

Don't Starve Together - Wilson

Willow : The Firestarter

นักเผาในตำนาน เด็กกำพร้าผู้มากับไฟ เธอโดนจับมาพร้อมกับตุ๊กตาหมี Bernie และไฟแช็ก วิลโลว์มีความสามารถพิเศษคือ ทนทานต่อไฟ และความร้อน เช่นหากเกิดไฟไหม้ ตัวละครอื่นจะเลือดลดเรื่อย ๆ จากการถูกเผา แต่วิลโลว์จะเป็นอมตะต่อไฟไม่โดนดาเมจเลย แต่ยังคงติดสถานะร้อนจัดอยู่ ส่วนไฟแช็กสามารถใช้แทนคบเพลิง และทำอาหารได้อีกด้วย วิลโลว์หากอยู่ใกล้ไฟจะได้ค่าสติเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

Don't Starve Together - Willow

นอกจากนี้ยังมีตุ๊กตาหมี Bernie เมื่อถือจะเพิ่มค่าสติ และความอบอุ่น หากวิลโลว์มีค่าสติต่ำ ตุ๊กตาหมี Bernie จะกลายร่างเป็นร่างยักษ์ช่วยดึงดูดให้มอนสเตอร์มาตีตัวเองแทนที่จะตีวิลโลว์ ถือว่าเป็นแทงค์ชั้นยอดหากตัวเราไม่มีอาวุธ

Don't Starve Together - Willow เมื่อหมีออกมาสู้

ถึงแม้จะทนไฟ แต่เธอไม่ทนทานต่อความหนาวเย็นเลย ส่งผลทำให้เธอหนาว และติดสถานะแช่แข็งได้ง่ายกว่าคนอื่น นอกจากนี้เสื้อผ้ายังให้ความอบอุ่นกับวิลโลว์น้อยลงอีกด้วย 

Don't Starve Together - Willow เมื่อเจออากาศหนาว

สรุป
• มีไฟแช็กสำหรับใช้แทนคบเพลิง และทำอาหารได้ด้วย
• มีตุ๊กตาหมี Bernie ช่วยเพิ่มค่าสติ, ความอบอุ่น หากค่าสติน้องหมีจะกลายร่างออกมาสู้
• เป็นอมตะต่อไฟ เมื่ออยู่ใกล้ไฟค่าสติจะเพิ่ม
• จุดไฟใช้ไอเทมน้อยกว่า
• หนาวง่ายกว่าคนอื่น เสือผ้ายังให้ความอบอุ่นน้อยกว่าคนอื่นด้วย
• ติดสถานะแช่แข็งง่ายกว่าคนอื่นมาก

Wendy : The Bereaved

เวนดี้เสียฝาแฝดของเธอไปก่อนจะถูกหลอกให้มาโลกนี้ ซึ่งเธอเป็นหลานสาวแท้ ๆ ของ Maxwell เธอมาพร้อมกับ Abigail’s Flower ยิ่งเธอมีชีวิตอยู่นาน ดอกไม้จะยิ่งโตส่งผลให้วิญญาณฝาแฝดของเธออย่าง Abigail แข็งแกร่งขึ้น หากคลิ๊กขวาที่ดอกไม้จะเป็นการเรียก Abigail ออกมาได้ทันที

Don't Starve Together - Wendy

อบิเกลเป็นวิญญาณที่ไม่ทำร้ายเพื่อน หรือลดค่าสติเพื่อน แต่เวนดี้สามารถสั่งให้อบิเกลไปต่อสู้ได้ การโจมตีจะทำดาเมจรุนแรงเป็น AOE แถมการโจมตียังสร้างโล่มาป้องกันตัวเองอีก ช่วยทำให้เธอถึกขึ้นมาก เมื่ออบิเกลตายจะสามารถเรียกออกมาได้ทันที แต่เลือกจะไม่เต็มต้องรอให้เลือดค่อย ๆ เพิ่ม

เราสามารถควบคุมอบิเกลได้ 2 แบบคือให้อยู่กับเรา หากเราไม่ไปโจมตีหรือโดนโจมตีก่อน วิญญาณจะไม่ไปต่อสู้ แถมถ้าเราถอยอบิเกลจะถอยตามด้วย กับอีกโหมดคือปล่อย ส่งผลให้อบิเกลไล่หาเรื่องต่อสู้ไปทั่ว แต่จะไม่ไปไกลจากตัวเวนดี้มากนัก ซึ่งเธอจะต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตทุกประเภท และพลังโจมตีตอนกลางวันจะเบา กว่าตอนกลางคืน หากเวนดี้ร่วมต่อสู้กับอบิเกลจะบัฟดาเมจเพิ่มขึ้น 40%

Don't Starve Together - Wendy ตอนแรกอบิเกล

นอกจากนี้เวนดี้ยังสามารถสสร้างไอเทมเฉพาะตัวละครอย่าง แจกันดอกไม้สำหรับเพิ่มค่าสติโดยรอบ พร้อมช่วยฟื้นฟูเลือดอบิเกล และยังคราฟน้ำยาผีสิง (Ghostly Elixirs) สำหรับใช้กับอบิเกล ซึ่งเป็นน้ำยาบัฟทั้งหมด เวนดี้สามารถอยู่ใกล้กับผีได้โดยผีจะไม่โจมตี และลดค่าสติ

สรุป
• เวนดี้สามารถเรียกผีฝาแฝดของเธอ (อบิเกล) ได้
• ผีอบิเกลจะทำดาเมจเป็น AOE แรงมากในช่วงกลางคืน และเบาลงเมื่ออยู่ในตอนเกลางวัน
• เวนดี้ควบคุมผีอบิเกลให้ไปโจมตี หรือถอยกลับได้
• เวนดี้สามารถสร้างแจกันดอกไม้พิเศษสำหรับเพิ่มค่าสติ และเลือดของอบิเกลได้
• เวนดี้สามารถคราฟน้ำยาสำหรับบัฟความสามารถอบิเกลได้
• เวนดี้จะไม่โดนผีทำร้าย และลดค่าสติ นอกจากนี้เธอยังทดทานต่อดอกไม้ กับความมืดดีกว่าตัวละครอื่นอีกด้วย

Woodie : The Lumberjack

นักตัดไม้ชาวแคนนาดา ที่ถูกวิทยุหลอกให้มาโลกนี้ เขามาพร้อมกับคำสาป และขวานตัดไม้เร็วพิเศษ วู๊ดดี้เป็นตัวละครต้องคำสาปโดยไม่มีการเฉลยว่าเขาเป็นแบบนี้ได้อย่างไร หาก Werebeaver ตีไวมากทั้งตัดไม้ ขุดเจาะ ทำลายทำได้สุด ๆ, Weremoose ร่างนี้จะถึกมาก พลังป้องกันสูง สามารถชาร์จวิ่งต่อสู้จะทำดาเมจแรง แถมวิ่งไวอีกด้วย แต่ถ้าชนสิ่งต่อสร้างจะติดสตั้นและเดินช้าลง, Weregoose เป็นร่างวิ่งไวมากที่สุด แถมยังวิ่งบนน้ำได้อีกด้วย แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากวิ่ง

Don't Starve Together - Woodie

หากวู๊ดดี้กินเนื้อมอนสเตอร์ หรือพระจันทร์เต็มดวงจะสุ่มกลายร่าง แต่ถ้าหากคราฟไอเทมพิเศษ ตุ๊กตาสัตว์สามารถเลือกกลายร่างได้ตามตุ๊กตาที่เราคราฟ แถมหากอยู่ในร่างสัตว์จะทนสภาพอากาศได้ดีกว่าปรกติ และมองเห็นในความมืดได้ แม้ไม่จุดไฟ และขณะแปลงร่างจะมีค่าการแปลงร่าง จะลดลงเรื่อย ๆ หากหมดจะคืนร่างทันที 

Don't Starve Together - Werebeaver

สรุป
• ตัดไม้เร็วมากจากขวานพิเศษ
• หากพระจันทร์เต็มดวง หรือกินเนื้อมอนสเตอร์ จะทำให้กลายร่าง
• ร่างพิเศษมี 3 ร่าง ซึ่งทนสภาพอากาศได้ดีมาก
• ร่างบีเวอร์ (Werebeaver) จะตัดไม้ ขุดเจาะ ทำลายของได้ไว
• ร่างกวาง (Weremoose) ถึกทน ดาเมจแรงตีเป็น AOE
• ร่างห่าน (Weregoose) วิ่งไวมาก วิ่งบนน้ำได้ แต่ทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้เลย
• หากแปลงร่างจะมีค่าแปลงร่าง เมื่อค่านี้หมดจะคืนร่างเดิม

Don't Starve Together - Weremoose
Don't Starve Together - Weregoose

Webber : The Indigestible

เด็กชายต้องสาปให้กลายเป็นแมงมุม โดนหลอกว่าจะได้คลายคำสาป แต่กลับให้มาอยู่ในโลกนี้แทน โดยเว็บเบอร์เป็นมนุษย์แมงมุมมาพร้อมกับรังแมงมุม เนื้อมอนสเตอร์ และนกหวีดแมงมุม ซึ่งเว็บเบอร์สามารถให้เนื้อสัตว์กับแมงมุมเพื่อเป็นเพื่อนได้ หากแมงมุมเป็นเพื่อนจะทำหน้ายิ้ม เว็บเบอร์เป็นมิตรกับเหล่าแมงมุมทุกชนิด หากอยู่ใกล้จะไม่โดนตี แถมเพื่อนแมงมุมจะสามารถใส่หมวกเพิ่มความป้องกันได้ แถมถ้าให้อาหารเพิ่มบัฟจะมีผลกับเพื่อนแมงมุมอีกด้วย

Don't Starve Together - Webber

เราสามารถคราฟรังแมงมุมขั้นแรก และใช้ใยแมงมุมอัปเกรดเป็นขั้นถัดไปได้ หรือจะใช้มีดโกนรังเพื่อลดขั้นของรังได้อีกด้วย หากรังเป็นขั้น 3 เว็บเบอร์จะสามารถเข้าไปนอนหลับได้เช่นเดียวกับเต้นท์ 

นอกจากนี้เว็บเบอร์ยังสามารถคราฟไอเทมตกแต่งรังแมงมุมเพื่อหยุดการเติบโต และส่งผลให้แมงมุมทั้งหมดในบริเวณนั้นเป็นมิตรกับผู้เล่นคนอื่น แต่ถ้าชุดตกแต่งโดนโจมตี แมงมุมจะกลับมาดุกับผู้เล่นอื่นเหมือนเดิม

Don't Starve Together - Webber กับเพื่อนแมงมุม

เว็บเบอร์สามารถใช้นกหวีดแมงมุมเป่าเพื่อเรียกให้แมงมุมออกมาจากรังได้ทันที รวมไปถึงสั่งให้แมงมุมหยุดการโจมตีแล้วถอยทัพได้ด้วย แถมแมงมุมในโหมดนี้ยังไม่กินเนื้อที่ดรอป เหมาะกับเอาไปแลกเนื้อสัตว์มาก ไม่เพียงแค่นกหวีดเท่านั้น ยังมีธงสำหรับยอมแพ้ใช้กับแมงมุมที่ไล่โจมตีเพื่อนให้เลิกตีได้ และระเบิดฟื้นฟูพลังชีวิตแมงมุม เพียงปานกลางดงเรากับเพื่อนแมงมุมจะได้รับเลือดเพิ่มขึ้น 80 หน่วย

อีกความสามารถพิเศษคือ คุ๊กกี้กลายพันธุ์ เพียงเราเป็นเพื่อนกับแมงมุมชนิดไหนเราจะสามารถทำคุ๊กกี้กลายพันธุ์ชนืดนั้นได้ เมื่อเอาให้แมงมุมอีกชนิดกิน จะกลายร่างเป็นแมงมุมตามคุ๊กกี้ที่ให้ เช่นเอาคุ๊กกี้แมงมุมหิน ให้แมงมุมน้ำกิน แมงมุมน้ำจะกลายเป็นแมงมุมหินทันที หากเว็บเบอร์กินจะเพิ่มความอิ่ม เว็บเบอร์สามารถกินเนื้อดิบ เนื้อมอนสเตอร์ดิบ เมนูเนื้อมอนสเตอร์ได้ด้วยนะ

Don't Starve Together - Webber ตกแต่งรังแมงมุม

สรุป
• เป็นมิตรกับแมงมุมทุกชนิด
• สามารถควบคุมแมงมุมให้โจมตีได้ และสั่งให้ถอยได้
• สามารถให้อาหารเพื่อเป็นเพื่อนกับแมงมุมได้ทุกชนิด
• สร้างรังแมงมุม อัปเกรดรัง ลดขั้นรัง ตกแต่งรังให้เป็นมิตรกับเพื่อนคนอื่นได้
• สามารถคราฟคุ๊กกี้กลายพันธุ์แมงมุมได้ และฟื้นฟูเลือดให้แมงมุมได้
• กินอาหารดิบได้โดยไม่มีผลเสีย
• เข้าไปนอนในรังแมงมุมขั้น 3 แทนเต็นท์ได้
• เป็นศัตรูกับหมู แคทคูน และกระต่ายยักษ์

Wigfrid : The Performance Artist

นักแสดงสาวดาวร่วง ผู้เคยเล่นบท Valkyrie ได้อย่างยอดเยี่ยม แค่ความเป็นดาราของเธอได้จบลง เนื่องจากเล่นบทอื่นได้ไม่ดีเท่า ทำให้เธอถูกหลอกว่าจะปั้นให้เป็นดาราดังอีกครั้ง แต่กลับต้องมาติดในโลกแห่งนี้แทน เธอมาพร้อมกับหมวกนักรบ หอกนักรบ เนื้อใหญ่ดิบ 4 ชิ้น

วิกฟรีดมีความยากในการเล็กค่อนข้างง่าย ความท้าทายของเธอมีเพียงอย่างเดียวคือกินผักผลไม้ไม่ได้เลย เธอกินแค่เนื้อสัตว์เท่านั้น เพราะเชื่อว่า “ผักผลไม้ไม่ใช่อาหารของนักรบ” ซึ่งจะมีเมนูผลไม้ไม่กี่ที่กินได้ ทำให้ค่อนข้างยากในการหาอาหาร

Don't Starve Together - Wigfrid

เธอสามารถโจมตีสิ่งมีชีวิตใดก็ตามเพื่อฟื้นฟูค่าสติ และเลือด ยิ่งใช้อาวุธตีแรงก็จะยิ่งฟื้นฟูได้มากขึ้น นอกจากนี้เธอจะมีค่าแรงบันดาลใจเพิ่มเข้ามา โดยค่านี้จะเพิ่มเมื่อโดนโจมตี หรือเข้าโจมตีศัตรู ค่านี้จะช่วยให้ร้องเพลงออกศึกบัฟตัวเอง และเพื่อนรอบข้างได้ เช่นเพลงบัฟโจมตีแล้วฟื้นฟูเลือด เพลงบัฟลดค่าสติจากบอส เป็นต้น ซึ่งเพลงออกศึกมีทั้งหมด 7 เพลง สามารถใช้บัฟได้ 3 บัฟพร้อมกัน

Don't Starve Together - Wigfrid ร้องเพลงบัฟ

สรุป
• หอกนักรบมีดาเมจมากกว่าอาวุธปรกติ หมวกนักรบเองก็มีค่าป้องกันเยอะกว่าปรกติ
• เมื่อโจมตีจะเพิ่มค่าสติ กับฟื้นฟูเลือดตามดาเมจที่ทำได้ เหมาะกับสู้บอสมาก
• สามารถร้องเพลงออกศึกเพื่อบัฟตัวเอง และเพื่อนได้มากถึง 7 แบบ
• กินผักผลไม้ไม่ได้ กินได้แต่เนื้อสัตว์เท่านั้น แนะนำให้อยู่ใกล้บ่อกบจะช่วยให้มีเนื้อสัตว์กินเสมอ

Winona : The Handywoman

พี่สาวแท้ ๆ ของชาลีย์ (Charlie) ตัวร้าย หรือคนที่ทำร้ายเราในความมืดนั่นเอง วิโนน่าถูกชาลีย์ร่างเงามืดลากเข้าโลกนี้พร้อมสกอตช์เทป 3 อัน โดยตั้งแต่เธอเข้ามาในโลกนี้ก็ได้วิจัยทำสร้างไอเทมพิเศษเพียบ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสร้างพลังงานสำหรับใช้คู่กับเครื่องมืออื่น, เครื่องยิงหินทำดาเมจเป็น AOE ใส่ศัตรูที่เข้ามาในระยะ, ไฟสปอตไลต์ ไฟนี้จะหันอัตโนมัติตามทิศทางที่ตัวละครเดินไปเครื่องเหล่านี้ปิดเครื่องไม่ได้จะต้องทุบทิ้งเท่านั้น

Don't Starve Together - Winona

วิโนน่าเป็นตัวละครที่สามารถคราฟไอเทมได้ไวกว่าคนอื่นแต่แลกมาด้วยความหิว ในการคราฟจะลดค่ากระเพาะอาหารลงเล็กน้อย ส่งผลให้เธอหิวง่ายกว่าคนอื่นหากคราฟของ และถ้าเธอยิ่งหิวความเร็วในการคราฟจะลดลงอีกด้วย

Don't Starve Together - Winona เครื่องมือพิเศษ

สรุป
• มีไอเทมป้องกันฐานหลายแบบ หรือจะติดตั้งเพื่อฆ่าบอสก็ได้
• เครื่องยิงหินทำดาเมจรุนแรงเป็น AOE
• ไฟสปอตไลต์ส่องได้ไกล แถมส่องตามผู้เล่นทำให้เดินไปมาในฐานตอนกลางคืนสะดวกขึ้น
• คราฟไอเทมเร็วเมื่ออิ่ม
• หิวง่ายยิ่งคราฟของยิ่งหิว
• เครื่องยิงหินจะไม่สามารถตีมอนสเตอร์ที่เข้ามาประชิดเครื่องได้ ทำได้เพียงมอนสเตอร์ในระยะไกล-กลางเท่านั้น

Walter : The Fearless

วอลเตอร์ลูกเสือผู้รักในเรื่องลี้ลับ การล่าท้าพิสูจน์ของเขาทำให้หลงมายังโลกแห่งนี้ ซึ่งทำให้ได้พบกับ โวบี้ (Woby) ลูกหมาตัวน้อย วอลเตอร์มาพร้อมกับหมวกลูกเสือ หนังสติ๊ก ลูกหิน และน้องหมา โดยเจ้าน้องหมามีกระเป๋าใส่ของได้ด้วยนะ

Don't Starve Together - Walter

วอลเตอร์สามารถคราฟหนังสติ๊ก และลูกหินแบบต่าง ๆ ได้ ซึ่งลูกหินแต่ละแบบจะมีดาเมจแตกต่างกันออกไป แถมยังมีกระสุนเบี่ยงเบนความสนใจ กระสุนแช่แข็ง กระสุนลดความเร็ว กระสุนหนวดเงาช่วยโจมตี 

ด้วยความเป็นลูกเสือใจกล้า วอลเตอร์ค่าสติจะไม่ลดลง แม้อยู่ในความมืด สวมใส่เสื้อผ้าลดสติ อยู่ใกล้ดอกไม้ปีศาจ มอนเตอร์ บอส แต่ยังคงเสียค่าสติเมื่อกินอาหารลดค่าสติ การใช้อาวุธเวทมนตร์ อุปกรณ์ศาสตร์มืด ส่วนการถูกโจมตีจะเสียค่าสติมากเป็น 2 เท่าจากปรกติ โดยเราสสามารถคราฟหมวกลูกเสือใส่เพื่อชะลอการลดค่าสติได้

Don't Starve Together - Walter เมื่อโวบี้ตัวใหญ่

เราสามารถคราฟหมวกให้เพื่อนได้ โดยหมวกนี้จะเพิ่มค่าสติให้เพื่อนคนอื่น ยกเว้นตัววอลเตอร์เอง แต่ถ้าเราอยู่ใกล้ต้นไม้มากกว่า 5 ต้นขึ้นไปจะเพิ่มค่าสติ นอกจากนี้เขายังสามารถคราฟเต็นท์พกพาได้คุณสมบัติเหมือนกับเต็นท์ปรกติ แต่จะพกพาได้ แถมเพิ่มความอบอุ่น พร้อมลดค่าความเปียกชื้นอีกด้วย 

อีกความสามารถคือสามารถทำอาหารจากแคมป์ไฟได้ไวกว่าคนอื่น แถมตอนกลางคืนจะสามารถเล่าเรื่องลี้ลับรอบกองให้เพื่อนฟังได้เพื่อเพิ่มค่าสติหมู่ได้อีกด้วย ถึงจะเป็นเด็กใจกล้าแต่วอลเตอร์นั้นแพ้ผึ้งซึ่งเขาจะโดนผึ้งไม่ว่าชนิดใดก็ตามต่อยแล้วจะเสียเลือดมากกว่าปรกติ

น้องหมาโวบี้นอกจากจะสามารถฝากไอเทมได้แล้ว ยังสามารถให้เนื้อมอนสเตอร์เพื่อกลายร่างเป็นร่างใหญ่ได้ ในร่างใหญ่เราจะสามารถขี่เพื่อหลังเป็นพาหนะได้ ยิ่งโวบี้ท้องอิ่มก็ยิ่งวิ่งเร็วขึ้นพอ ๆ กับควายเลี้ยง แต่โวบี้ไม่ว่าจะร่างไหนก็ไม่ช่วยต่อสู้ แต่ยังสั่งให้ไปโจมตี หรือใช้อาวุธตีไกลขณะขี่ได้ หากโดนโจมตีในร่างใหญ่น้องจะวิ่งหนีตาย ถ้าหากเราถูกโจมตีขณะขี่หลังโวบี้อยู่เราจะโดนเตะลงจากหลังทันที

Don't Starve Together - Walter โวบี้ตัวใหญ่จะขึ้กลัว

สรุป
• มีกระเป๋าพกพาเพิ่มจากน้องหมาโวบี้
• มีอาวุธยิงไกลส่วนตัวอย่างหนังสติ๊ก
• แข็งแกร่งต่อความลี้ลับทุกรูปแบบ ยกเว้นเวทมนตร์ศาสตร์มืด
• คราฟเต็นท์พกพาสะดวกได้ ช่วยให้สะดวกต่อการเดินทาง
• ใช้โวบี้ร่างใหญ่ในการเดินทาง หรือแบกของหนักได้
• เพิ่มค่าสติหมู่ให้เพื่อนได้
• แพ้ผึ้งโดนดาเมจจากผึ้งแรงกว่าปรกติ
• หากถูกโจมตีจะเสียค่าสติมากกว่าปรกติ 50%สำหรับตัวละครอื่น ๆ ทั้งตัวละครคลาสสิค ตัวละครจากภาคอื่น ตัวละคร DLC ที่ต้องซื้ออีก 10 คนส่วนใหญ่ระดับความยากในการเล่นอยู่ระดับ ปานกลางถึงยาก เนื่องจากเงื่อนไขการเล่นและวิธีเอาชีวิตรอดค่อนข้างเยอะนั่นเอง

Biomes ต่าง ๆ ในมีผลยังไงบ้าง?

เชื่อว่ามือใหม่ หรือผู้เล่นเก่าแต่ห่างหายจากเกมไปนานอาจจะงงกับ ไบโอม (Biomes) มากมายภายในเกม Don’t Starve Together ซึ่งมีการอัปเดตเพิ่มเข้ามาใหม่ รวมแล้วมี Biomes มากถึง 30 ชนิด แยกได้ตามลักษณะ และสีของพื้น แต่ละ Biomes จะส่งผลกับผู้เล่นแตกต่างกันอีกด้วย

Biomes สำคัญ

เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากไบโอมบางชนิดจะมีผลต่อผู้เล่นคล้ายกันจึงหยิบมาอธิบาย

• Forest ป่าสนพื้นจะเป็นสีดำ มีต้นสนอยู่จำนวนมาก แหล่งที่อยู่ของแมงมุมธรรมดา และมีโอกาสเจอต้นไม้ปีศาจ

Don't Starve Together - Forest

• Grasslands ทุ่งหญ้าดอกไม้พื้นสีเขียวอ่อน เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่มักจะมีรังผึ้ง รังต่อ รวมไปถึงรังราชินีผึ้งอาศัยอยู่ ไม่ควรไปช่วงฤดูฝน เนื่องจากผึ้งจะดุมาก

Don't Starve Together - Grasslands

• Graveyard สุสานพื้นสีดำมีหมอก มักอยู่ไม่ไกลจากป่าสนมากนัก บริเวณนั้นจะมีก้อนทองตกอยู่ พร้อมกับหลุมศพมากมาย หากเดินมาตอนกลางคืนวันพระจันทร์เต็มดวง จะเจอกับผีจำนวนมาก ถ้าขุดหลุมศพมีโอกาสเจออัญมณี ของเล่น หรือผี

Don't Starve Together - Graveyard

• Marsh บึงเน่าพื้นสีม่วง หากตัวละครอื่นนอกจาก Wurt จะเดินช้าลงเล็กน้อย ส่วน Wurt จะเดินไวขึ้น ในบึงเน่าเป็นที่อยู่ของ Tentacles, แมงมุม, แมลงวัน และ Merms

Don't Starve Together - Marsh

• Mosaic ส่วนลึกลับเราจะเห็นภาพในแผนที่เป็นลายโมเสก ซึ่งบริเวณนั้นส่วนใหญ่จะเป็นพื้นหิน ผสมพื้นดิน สามารถพบกับถ้ำสัตว์เลี้ยงได้บริเวณนี้ เมื่อเข้าใกล้ถ้ำสัตว์เลี้ยงเราสามารถคราฟสัตว์เลี้ยงมาอยู่กับเราได้ด้วย

Don't Starve Together - Mosaic

• Desert ทะเลทราย หากมาช่วงฤดูอื่นจะเหมือนกับ Rockyland แห้งแล้งมีแต่หิน แต่ในทะเลทรายจะมีโครงกระดูก หรือบ้านของหมาป่า แร้ง แพะสายฟ้า บ่อลาวา และเป็นที่อยู่ของบอสแมลงปอ (Dragonfly) หากมาช่วงฤดูร้อนจะเกิดพายุทะเลทราย ทำให้เดินช้าลงหากไม่ใส่แว่นกันทราย ในฤดูร้อนเราจะพบกับบอส Antlion อีกด้วย

Don't Starve Together - Desert

• Savanna ทุ่งหญ้าพื้นจะเป็นลายหญ้าสีเหลือง บริเวณนี้จะมีหญ้าให้เก็บเยอะมาก มักจะพบรังกระต่ายจำนวนมาก ฝูงควาย ไม่มีต้นไม้เขตนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่โล่งกว้าง

Don't Starve Together - Savanna

• Deciduous Forest ป่าโอ๊ค พื้นจะเป็นสีน้ำส้มเขียวให้ความรู้สึกเหมือนฤดูใบไม้ร่วงตลอดเวลา แหล่งที่อยู่ของตุ่น แคทคูน แท่นบูชากลอมเมอร์ และหมู่บ้านราชาหมูขนาดใหญ่

Don't Starve Together - Deciduous Forest

• Chess พื้นแปลก ๆ มักจะมีพวก Marble Trees, รูปปั้น Maxwell, เหล่า Clockwork นอกจากนี้ยังมีอีเว้นท์ Marble Sculptures หากทุบทำลายหิน และเอาชิ้นส่วนมาต่อให้ครบจะ Clockwork ปีศาจจะทำงานหากเอาชนะสำเร็จ จะได้รับแปลนสร้างรูปปั้น

Don't Starve Together - Chess

• Lunar Island เกาะพระจันทร์ หรือชิ้นส่วนของพระจันทร์ที่เพิ่งตกมายังโลกนี้ได้ไม่นานนัก ก่อให้เกิดผลกระทบเป็นเกาะพระจันทร์ขึ้นมา สิ่งมีชีวิตได้กลายพันธุ์จากพลังของพระจันทร์ แหล่งที่อยู่ของต้นไม้พระจันทร์ แคแรท แมงมุมลูน่า ต้นไม้หิน นอกจากนี้ยังสามารถหา Celestial เพื่อเอาความรู้ใหม่ ๆ ได้ และยังเรียกบอส Celestial Champion ออกมาสู้ได้ด้วย

Don't Starve Together - Lunar Island

• Ocean ทะเล และป่าชายเลน โดยเราสามารถล่องเรือสำรวจได้ ซึ่งส่วนของป่าชายเลนเราจะพบกับต้นโกงกาง มะเดือ แมงมุมน้ำ และม้าน้ำ ส่วนในทะเลเราจะมีโอกาสพบกับสัตว์น้ำหลายชนิด ดอกไม้ทำลายเรือ บอสนก Malbatross บอสปู Crab King บอสที๋โหดสุดในเกมขณะนี้อีกด้วย

Don't Starve Together - Ocean

• Cave ถ้ำ เราสามารถลงไปได้ด้วยการทุบหินหน้าตาแปลก ๆ เมื่อลงไปแล้วภายในจะนับว่าเป็นกลางคืนเสมอ โดยถ้ำนั้นมืดมาก เป็นแหล่งที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตอันตรายมากมาย เช่นแมงมุมต้นไม้ แมงมุมหิน แมงมุมธรรมดา กระต่ายยักษ์ หอยทาก หนอนยักษ์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ด้านของกินเรียกได้ว่าหากยากมาก แถมค่าสติยังลดเรื่อย ๆ อีกด้วย ถ้ำจะแบ่งออกเป็นหลายโซน เช่นบึง ป่าเห็ด เขตหอยทาก เขตแมงมุมเป็นต้น

Don't Starve Together - Cave

• Lunar Grotto และ Ancient Archive อารยธรรมชาวลูน่า ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ธรรมดาแต่กลายพันธุ์เพราะการตกลงมาของชิ้นส่วนพระจันทร์ และอีกส่วนคืออารยธรรมโบราณของราชินีลูน่า ผู้ใช้เวทมนตร์พระจันทร์ หรือเวทมนตร์แสง ทำให้บริเวณนี้ปีศาจเงาจะเข้ามาไม่ได้ ซึ่งภายในจะมีปริศนาซุกซ่อนอยู่ หากทำสำเร็จจะได้รับแปลนคราฟไอเทมพิเศษ

Don't Starve Together - Lunar Grotto และ Ancient Archive

• Atrium และ Ruins ส่วนที่เหลือจากอารยธรรมโบราณ โดยมีราชาแห่งความมืดปกครอง ซึ่งตามเนื้อเรื่องราชินีพยายามช่วยแล้วแต่สู้พลังความมืดไม่ไหว อณาจักรจึงล่มสลาย ทำให้เวทมนตร์แห่งความมืดยังคงอยู่บริเวณนี้ รวมถึงเหล่าเครื่องจักร และเงามืดจำนวนมากก็อยู่แถวนี้เยอะมากเช่นกัน หากเราพิชิตปริศราสำเร็จจะได้รับแปลนสร้างอาวุธ อุปกรณ์ศาสตร์มืดของ Ancient อีกด้วย ภายในจะมีบอส Ancient Fuelweaver หรือราชาองค์ก่อนอีกด้วย

Don't Starve Together -  Atrium และ Ruins

นับวันเกิดอีเว้นท์

ภายในเกมจะมีอีเว้นท์มากมาย ทั้งพื้นดิน และในถ้ำใต้ดินตลอดทุกฤดูกาล ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ อีเว้นท์ที่เกิดขึ้นแน่นอนตามเวลา กับอีเว้นท์เกิดเมื่อเรากระทำบางสิ่ง จนก่อให้เกิดปัจจัยกระตุ้นให้บอสเกิด จะมีอีเว้นท์ดังนี้

การเกิดของหมาป่า

เมื่อเราเล่นมาถึงช่วงใกล้ฤดูหนาวเรา หรือประมาณวันที่ 17 เป็นต้นไป มีโอกาสจะพบกับฝูงหมาป่า ซึ่งจะมีการแจ้งเตือนก่อนการมาถึง คือเสียงขู่เป็นระยะ ๆ และตัวละครจะพูดถึงเสียงนั้นเป็นการแจ้งเตือนประมาณ 3 ครั้ง จากนั้นหมาป่าจะมา โดยระยะเวลาในการมา จำนวนของหมาป่า และชนิดของหมาป่าจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการมีชีวิตรอดของเรา ดังตารางนี้

ช่วงเวลาการมาของหมาป่าจำนวนหมาป่าระยะเวลาแจ้งเตือนชนิดของหมาป่า
วันที่ 17 ถึง 313 ถึง 4120หมาป่าธรรมดา
วันที่ 32 ถึง 514 ถึง 660มีโอกาสเจอหมาป่าน้ำแข็ง
วันที่ 52 ถึง 765 ถึง 745มีโอกาสเจอหมาป่าไฟ
วันที่ 77 ขึ้นไป7 ถึง 1030มีโอกาสเจอทั้งหมาป่าไฟและน้ำแข็ง

วิธีสู้ค่อนข้างง่าย คนเดียวก็สามารถสู้ได้ ในช่วงต้นเกมหากเรายังไม่มีอาวุธดี ๆ ให้เราไปหากลุ่มหมู, ฝูงควาย, ฝูงกบให้ช่วยสู้ หรือถ้ามีของพอทำอาวุธให้ทำหมวก Football Helmet และอาวุธ Bam Bat โดยวิ่งหนีไปให้ไกลจนเหลือเพียงตัวเดียว และใช้วิธีตี 2 ครั้งวิ่งถอย ทำไปราว ๆ 2-3 รอบหมาป่าจะตายพอดี แต่ถ้าช่วงหลังมีไอเทมเยอะแนะนำให้ทำกับดักรอบบ้านจะช่วยป่วนเหล่าหมาป่าได้พอสมควร

Don't Starve Together - การเกิดของหมาป่า

การมาของบอสประจำฤดู

ขึ้นชื่อว่าบอสประจำฤดูแน่นอนว่ามันจะต้องมาตามเวลาเท่านั้น ทำให้เราสามารถนับเวลาถอยหลังคร่าว ๆ หรือเตรียมทรัพยากรเอาไว้รอบวกกับบอสได้เลย ซึ่งบอสใน Don’t Starve Together จะมาจากภาค RoG

• Deerclops บอสประจำฤดูหนาว จะมาในช่วงกลาง – ปลายฤดูหนาว โดยจะมีเสียงร้องเป็นสัญญาณเตือนเหมือนกับหมาป่า และตัวละครจะพูดถึงสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ โดย Deerclops จะเกิด 1 ตัวใกล้กับผู้เล่นเสมอ โดยมันจะติดตามเรา แต่จะทำลายทุกสิ่งที่ขว้างทางมันจะทำไปจนกว่าจะหมดฤดู ก่อนจะจากไป เราสามารถโจมตี 2-3 ครั้งแล้วถอยทำไปเรื่อย ๆ เมื่อตายจะดรอป เนื้อใหญ่ 8 ชิ้น, ลูกตา Deerclops 1 ชิ้น คราฟเป็นหมวกกันฝนชั้นดี และป้อมปืนโบราณได้, แปลนสร้างรูปปั้น Deerclops

Don't Starve Together - Deerclops

• Moose/Goose บอสประจำหน้าฝน โดยจะมาเมื่อฝนแรกของฤดู โดยมันจะมาพร้อมไข่ห่านขนาดยักษ์ 1 ใบ ในจุดใกล้บ่อน้ำที่มีพุ่มเบอร์รี่ และมีร่องรอยของหญ้า ดังภาพ

ซึ่งภายในโลกอาจมีรัง และฝูงบอสหลายตัว หากเราทิ้งไข่แบบไม่เข้าใกล้ 1 วัน ไข่จะฝักเป็นลูกห่าน 5 ตัว หากเราทำลายไข่ บอส Moose/Goose จะร้องเรียกพวกอีกตัวในระยะใกล้ ๆ หากไม่มีรังใกล้เคียงก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งบอสา่มาารถวางไข่ได้อีกตลอดฤดูไม่ว่าเราจะทำลายหรือไม่ก็ตาม

หากทำร้ายแม่ ลูก ๆ ทั้งหมดจะปั่นตัวเองเป็นพายุหมุนขนาดจิ๋ววิ่งไล่เราต่อเนื่องทำดาเมจปานกลาง สักพักพวกมันจะปวดก่อนจะหยุดโจมตี และติดสตั้นชั่วขณะ แต่ถ้าเราทำร้ายลูก ๆ พวกมันจะร้องเรียกให้แม่มาช่วยทันที ซึ่งแม่จะทำดาเมจรุนแรงพร้อมทำให้อะไรก็ตามที่เราถืออยู่หลุดจากมือทันที 

วิธีสู้เหมือนกับบอสตัวอื่น ตี 2-3 ครั้งแล้วถอย เมื่อถูกสังหารจะดรอป เนื้อใหญ่ 6 ชิ้น, น่องไก่ 2 ชิ้น, ขนห่าน 3-5 ชิ้น สำหรับทำพัดใหญ่คลายร้อน หรือทำอาวุธพายุหมุน, แปลนสร้างรูปปั้น Moose/Goose

Don't Starve Together - Moose/Goose

• Bearger บอสประจำฤดูใบไม้ร่วง มันจะเดินไปมาละแวกผู้เล่นคล้าย Deerclops แต่บอส Bearger จะทำลายกล่อง ตู้เย็น หรือไอเทมใดก็ตามที่มีของกินอยู่ข้างใน โดยมันจะทิ้งไอเทมอื่น และกินแต่อาหาร ซึ่งอาหารตามทางอย่าง เบอร์รี่ เห็ด ผักผลไม้จากการเพาะปลูก 

มันชื่นชอบน้ำผึ้งมากหากมีน้ำผึ้ง รังผึ้งใกล้ ๆ มันจะโจมตีผึ้งก่อน หากมันกำลังกินมีโอกาสที่ขนบอสจะร่วง เราสามารถเก็บได้ แต่ถ้าทิ้งไว้ชั่วขณะจะหายไป ต้องรีบเก็บ และหากกินน้ำผึ้งมากเกินไปมันจะหลับ

Bearger จะโจมตีเราเมื่อเข้าไปใกล้มากเกินไป หรือแย่งอาหารมัน การโจมตีจะเป็นการทุบพื้นสร้างความเสียหายเป็น AOE รุนแรงมาก เราามารถเข้าไปตี 3-4 ครั้งก่อนจะถอย แต่ถ้าหากมันทุบไปแล้วมันจะค้างท่าอยู่ชั่วขณะถ้ามือไวเราสามารถเข้าไปตีได้ 

แต่ถ้ายังไม่ชำนาญแนะนำว่าทำสเต็ปตีแล้วถอยจะปลอดภัยกว่า หรือล่อด้วยการให้น้ำผึ้ง 10 ชิ้นเพื่อให้มันหลับแล้วเข้าไปตีก่อนถอย เมื่อสังหารจะได้รับเนื้อใหญ่ 8 ชิ้น, ขนหมี 2-3 ชิ้นหลังจากตาย, ขนหมีขนาดใหญ่ 1 ชิ้น, แปลนสร้างรูปปั้น Bearger

Don't Starve Together - Bearger

อีเว้นท์ที่เกิดจากปัจจัยกระตุ้น

• Krampus เกิดจากการสังหารสิ่งมีชีวิตไร้เดียงสา หรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มอนสเตอร์ เช่นลูกควาย ควาย หมู กระต่าย กระต่ายถ้ำ นก ปลา แคทคูน กลอมเมอร์ เป็นต้น ยิ่งสังหารสสิ่งไร้เดียงสา เราจะได้รับค่ากรรม เมื่อค่ากรรมถึง 50 จะเกิด Krampus ขึ้นมาทำลาย และขโมยข้าวของในฐาน หากเราสังหารได้สำเร็จจะมีโอกาส 1% ดรอปกระเป๋าของ Krampus โดยกระเป๋าจะมีช่องเก็บของมากกว่าปรกติ

Don't Starve Together - Krampus

• Lord of the Fruit Flies บอสแมลงวันผลไม้จะมาเมื่อมีต้นผลไม้ปลูกใกล้กัน 15 ต้น บอสจะเข้ามาโจมตีทำให้ต้นไม้เน่า และเรียกแมลงวันผลไม้ตัวเล็กออกมาโจมตีเรา แต่มันจะไม่บินไปไกลจากจุดเกิดมากนัก เมื่อสังหารจะได้รับ Friendly Fruit Fly Fruit เพื่อนแมลงวันผลไม้ ซึ่งหน้าตาจะคล้ายกับบอส แต่ตัวนี้จะช่วยทำให้พืชอารมณ์ดี และออกผลผลิตได้ดีขึ้น หลังจากสังหารอีก 20 วันบอสจะเกิดอีกครั้ง

Don't Starve Together - Lord of the Fruit Flies

• Suspicious Moonrock พบได้ใกล้กับป่าสน ซึ่งบริเวณนั้นจะมีรูปปั้นมากมาย และหินวงกลมขนาดใหญ่ หากเราเอาหินพระจันทร์มาซ่อมแท่น และปักไอเทม Moon Caller’s Staff ลงบนแท่นหินในคืนพระจันทร์เต็มดวง จะเป็นการเริ่มอีเว้นท์ จะมีหมาป่า และมนุษย์หมูป่าจำนวนรวมกัน 30 ตัวเข้าโจมตีเรา ซึ่งเราต้องกันฐานให้สำเร็จ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นอีเว้ท์จะจบลง

Don't Starve Together - Suspicious Moonrock

• Bee Queen ในเขต Grasslands ส่วนพื้นที่ขนาดใหญ่สุดจะมีรังผึ้งยักษ์ หากเราทุบรังผึ้งประมาณ 3 ครั้งจะทำให้บอสเกิด ซึ่งเธอสามารถเรียก Grumble Bees ผึ้งลูกสมุนออกมารุมโจมตีเรา หากเราเข้าใกล้บอสจะโจมตีเราด้วยเหล็กใน เมื่อตายจะดรอปไอเทมสำคัญอย่างนมผึ้ง สำหรับทำเมนู Royal Jelly 6-7 อัน, หมวกราชินีผึ้ง 1 อัน เมื่อใส่หากเจอสถานการณ์ลดค่าสติ จะกลายเป็นเพิ่มค่าสติแทน, แปลนคราฟ ห่อถนอมอาหาร

Don't Starve Together - Bee Queen

• Crab King พบได้ในทะเล ใกล้กลุ่มหินปรกติแล้วมันจะไม่ทำอะไรเรา หากเราใส่อัญมณีใดก็ตามครบ 9 อันจะทำให้บอสตื่นขึ้น และต่อสู้กับเราซึ่งบอสสามารถร่ายเวทมตร์ทำลายเรือ ถือเป็นบอสยากสุดในเกมขณะนี้ เมื่อสังหารจะได้ไอเทมสำคัญ แปลนคราฟอาวุธ Strident Trident หากใส่ไข่มุกจากป้า Pearl จะได้รับ Inactive Celestial Tribute ไอเทมสำคัญของเกาะพระจันทร์

Don't Starve Together - Crab King

• Celestial Champion มอนสเตอร์นี้เกิดจากการรวมองค์ความรู้ของชาวพระจันทร์ หรือ Celestial ครบทุกอันแล้วใส่ลง Celestial Fissure บนเกาะพระจันทร์ไม่เพียงเป็นการเปิดแท็บคราฟไอเทมพิเศษ ยังเป็นการปลุกพลังเรียก Celestial Champion ออกมาอีกด้วย เมื่อสังหารจะได้รับไอเทมสำคัญอย่าง Enlightened Crown เมื่อใส่จะเพิ่มค่าสติ หากมีค่าสติสูงจะปล่อยลำแสงทำดาเมจใส่สิ่งมีชีวิตในระยะ นอกจากนี้ยังให้แสงสว่างเพียงพอที่จะป้องกันการโจมตีของ Charlie ในความมืดอีกด้วย

Don't Starve Together - Celestial Champion

• Toadstool บอสกบพิษอยู่ในถ้ำใต้ดินใกล้กับบ่อน้ำ และต้นเห็ดยักษ์ หากเราตัดต้นเห็ดจะทำให้บอสโกรธและขึ้นมาจากใต้ดิน ซึ่งบอกมีท่าระเบิดพิษ แถมสร้างต้นเห็ดยักษ์มาขังเราได้ด้วย เมื่อสังหารจะได้ไอเทมสำคัญ แปลนคราฟโคมไฟเห็ด 2 แบบ, แปลนคราฟหมวกเห็ด 3 แบบ, แปลนคราฟระเบิดเห็ด

Don't Starve Together - Toadstool

ภัยธรรมชาติอื่น ๆ

• Sandstorm เกิดขึ้นในเขตทะเลทรายช่วงฤดูร้อนเท่านั้น เมื่อเดินเข้าไปเราจะมองไม่ชัด และเดินช้าลงอย่างมาก

Don't Starve Together - Sandstorm

• เหตุการณ์แผ่นดินแยก เกิดขึ้นเฉพาะฤดูร้อน เนื่องจาก Antlion โกรธ หากเราไปหาเธอในเขตพายุทะเลทรายแล้วให้ของขวัญจะช่วยชะลอความโกรธ เราทำได้แค่เลื่อนวันเกิดแผ่นดินแยก แต่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ ซึ่งแผ่นดินจะแยกทุก 15 วันเราจะต้องเอาของมาให้บ่อย ๆ แต่ถ้าให้ Thermal Stone เธอจะโกรธหนักแล้วกลายเป็นบอสเข้าโจมตีเราทันที

Don't Starve Together - เหตุการณ์แผ่นดินแยก

• ฝนกบ สุ่มเกิดในช่วงฤดูฝนอาจจะเกิด 1-3 ครั้งตลอดช่วงฤดู ซึ่งไม่ใช่แค่ฝนตกธรรมดาเท่านั้น แต่จะมีกบจำนวนมากตกลงมาจากฟ้า เมื่อตกลงมากบจะโจมตีสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เป็นช่วงฟาร์มเนื้อกบแต่ก็เป็นช่วงน่ารำคาญด้วยเช่นกัน

Don't Starve Together - ฝนกบ

• Meteor อุกกาบาตตก ปรกติแล้วจะเกิดบ่อยในเขตหินเท่านั้น หากจะเข้าไปฟาร์มหินต้องระวังให้ดี

• ปีศาจหมู เกิดจากหมูทั่วไปรับแสงจันทร์ หรีอกินเนื้อมอนสเตอร์ 4 ชิ้น หมูชนิดนี้จะแข็งแรง วิ่งไว เลือดเยอะกว่าหมูปรกติ

Don't Starve Together - ปีศาจหมู

• Spider Queen เกิดเมื่อรังแมงมุมธรรมดา หลังจากรังอัปเกรดถึงขั้น 3 ประมาณ 1 วัน รังจะกลายร่างเป็นราชินีเดินไปมาแถวนั้น พร้อมคลอดลูกออกมาเพื่อสร้างรังใหม่วนเวียนแบบนี้ เมื่อสังหารจะได้หมวกควบคุมแมงมุม 1 อัน

Don't Starve Together - Spider Queen

• Nightmare Fissure พบได้ในถ้ำเขตรูนแห่งความมืด จะเป็นรอบแยกแล้วมีไฟสีแดงออกมา แสงสว่างมากพอจะขับไล่ Charlie แต่รอยแยกนั้นจะเป็นจุดเกิดของเหล่าปีศาจเงาทุกแบบ โดยจะออกมาแม้เรามีค่าสติสูงก็ตาม

Don't Starve Together - Nightmare Fissure

วิธีรับมือหน้าหนาว

หากเราไม่ได้รับเปลี่ยนตัวโลก จะเป็นช่วงให้เราเตรียมตัวราว ๆ 20 วัน จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว มีระยะเวลาราว ๆ 15-20 วัน วิธีสังเกตคือภาพจะเปลี่ยนสีออกไปโทนฟ้า ในวันแรกจะยังไม่มีหิมะตก แต่อากาศจะเริ่มเย็นลง เข้าช่วงวันที่ 3-4 หิมะจะเต็มทั้งโลก ส่งผลให้อากาศหนาวเย็นจนทำให้ตัวละครหนาวตายได้ พืชผักบางชนิดจะหยุดการเติบโต 

Don't Starve Together - วิธีรับมือหน้าหนาว

หากเราเดินใกล้กับทะเล แพนกวินจะขึ้นมาจากน้ำเพื่อหาจุดทำรัง นอกจากนี้ยังมีแคมป์วอรัสอีกด้วย แคมป์จะมีเพียง 1-3 จุดในโลก เราจะเห็นลูกวอรัสเดินไปมากับพ่อ หากเราโจมตีตัวลูกจะวิ่งหนีเข้าบ้าน ตัวพ่อจะใช้ลูกดอกยิงเราแล้วเรียกหมาป่าน้ำแข็งออกมา 2 ตัว หากเราสังหารสำเร็จมีโอกาสดรอปหมวกวอรัส ช่วยเพิ่มค่าสติ

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเข้าช่วงหน้าหนาวคือการสร้างแคมป์ หากเล่นเป็นตัวละครทั่วไปแนะนำให้สร้างใกล้หมู หรือควาย หากเล่น Webber ให้สร้างห่างจากรังแมงมุมเล็กน้อย หรือเล่น Wurt ให้รีบสร้างราชาเงือก เพื่อเป็นแหล่งฟาร์มอาหาร รวมไปถึงช่วยเราสู้กับบอส Deerclops

Don't Starve Together - วิธีรับมือหน้าหนาว 02

แคมป์ควรมีอุปกรณ์ดังนี้

• ที่ตากเนื้อ ตากเนื้อให้ได้มากที่สุด เนื้อตากแห้งเก็บไว้ได้นานมากทำได้หลายเมนู
• หม้อทำอาหาร
• แปลงผักขนาดใดก็ได้ เพื่อปลูก Carrot, Potato, Forget-Me-Lots เนื่องจากผักพวกนี้ชอบอากาศเย็น
• เชื้อเพลิง เช่น หญ้า, กิ่งไม้, ท่อนไม้, ถ่าน 10 กองขึ้นไป หรือจะคราฟเป็นพวก ไม้กระดาน ขุดต้นกิ่งไม้ ต้นหญ้าเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงระดับสูง
• หิน Thermal Stone เอาไปอุ่นไฟจนเป็นสีแดงส้มก่อนใช้เสมอ ช่วยกักเก็บความอบอุ่นได้ดี
• หมวกกันหนาวเช่น หมวกเขาควาย ทำให้ควายเป็นมิตรในช่วงฤดูผสมพันธุ์ได้ด้วย, หมวกแคทคูน, หมวกกันหนาว หรือจะทำเสื้อกันหนาวด้วยก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้ใส่เป็นกระเป๋าจะดีกว่า
• วิลสันกับเว็บเบอร์ให้ไว้หนวดยาว ป้องกันความหนาวได้

วิธีรับมือหน้าฝน

ฤดูถัดจากหน้าหนาวคือหน้าฝน ซึ่งช่วงแรกอากาศจะยังเย็นมาก หากโดนฝนอีกจะยิ่งทำให้ตัวละครยิ่งหนาว เมื่อเริ่มเข้าปลายฤดูหนาว แนะนำให้จับตัวตุ่นเพื่อคราฟหมวกกันฝน, สังหาร Deerclops เพื่ออัปลูกตามาคราฟเป็นหมวก หรือจะคราฟร่มก็ได้ เพื่อเตรียมตัวรับฝนแรก

Don't Starve Together - วิธีรับมือหน้าฝน

เมื่อเข้าช่วงฤดูฝนแล้ว ฝนจะไม่ได้ตกทุกวัน จะมีบางช่วงที่หยุดตก แต่ช่วงเวลาตกค่อนข้างเยอะพยายามอย่าให้อุปกรณ์กันฝนขาดมือ เนื่องจากถ้าเราโดนฝนจะทำให้ติดค่าสถานะเปียกชื้น ยิ่งเปียกเราจะเดินช้าลง และติดสถานะหนาวเย็นจนตายได้ แต่ถาหากอยากจะออกสำรวจแนะนำว่าให้พกหมวกเขาควายไปด้วย เนื่องจากตลอดฤดูนี้ควายจะเข้าสู่ฤดผสมพันธุ์ทำให้พวกมันหงุดหงิดง่าย พร้อมจะไล่ฆ่าเราทุกเมื่อ

นอกจากนี้ฤดูฝนยังมีฝนกบอีกด้วย โดยกบจะตกมาจากฟ้าจำนวนมากและไล่โจมตีสิ่งมีชีวิตโดนเฉพาะผู้เล่น แต่ถ้าเราเตรียมอาวุธเอาไว้ หรือตั้งแคมป์ใกล้สิ่งมีชีวิตอื่น จะช่วยเราตีกบทำให้เคลียร์ฝูงกบจำนวนมากได้ แถมได้เนื้อมากินอีกด้วย

Don't Starve Together - วิธีรับมือหน้าฝน 02

อุปกรณ์รับมือหน้าฝน
• หมวกกันฝน หรือร่ม
• เชื้อเพลิงจำนวนมาก เนื่องจากฝนกบตกแล้วกองไฟจะดับง่าย
• อาวุธสำหรับล่ากบ
• แปลงปลูกผัก
• สายล่าฟ้ารอบแคมป์ ป้องกันฟ้าผ่าแล้วไฟไหม้แคมป์

วิธีรับมือหน้าร้อน

เป็นฤดูที่ค่อนข้างโหดร้ายกับผู้เล่นมาก เนื่องจากอากาศจะร้อนมากจนพุ่มเบอร์รี่ ต้นหญ้า ต้นกิ่งไม้แห้งตาย ต้นผักผลไม้บางต้นเองก็จะแห้งตายเช่นกัน ที่สำคัญไม่เพียงแห้งตายเท่านั้น ยังมีโอกาสติดไฟเกิดเป็นไฟป่าอีกด้วย

Don't Starve Together - วิธีรับมือหน้าร้อน

ไม่เพียงไฟป่าเท่านั้นยังมีปัญหาเรื่องแผ่นดินแยกอีกด้วย หากเราอยู่ใกล้สิ่งของจะโดนดาเมจไปด้วย วิธีแก้ปัญหานี้ถ้าเราไม่หาของไปถวาย Antlion หรือถ้าไม่อยากเสียเวลาเดินทางไกล แนะนำว่าหากตัวละครเริ่มบ่นเกี่ยวกับแผ่นดินไหว ให้รีบเดินออกจากบริเวณสิ่งก่อสร้าง

Don't Starve Together - วิธีรับมือหน้าร้อน 02

อุปกรณ์รับมือหน้าร้อน
• สร้างเครื่อง Ice Flingomatic โดยเราจะต้องสะสมน้ำแข็งแช่เย็นเอาไว้ เพื่อใช้เติมเชื้อเพลิง
• สร้าง Endothermic Fire Pit สิ่งนี้จะทำหน้าที่คล้ายกับแคมป์ไฟ แต่ไฟชนิดนี้เป็นไฟเย็นช่วยลดความร้อนได้ 
• กินผลไม้จะช่วยลดความร้อนได้ ส่วน Wigfrid ไม่สามารถกินผลไม้ได้ จึงต้องใช้วิธีอื่น
• ทำหมวกลดความร้อนเช่น หมวกน้ำแข็ง หมวกแตงโม หมวกสาหร่าย แต่หมวกเหล่านี้จะทำให้เราติดสถานะเปียกชื้นแล้วค่าสมองลดได้
• ทำหมวกฟางจะไม่ติดสถานะเปียกชื้น และป้องกันความร้อนได้ประมาณหนึ่ง
• วิลสันกับเว็บเบอร์แนะนำให้โกนหนวดจะช่วยลดความร้อนได้
• หิน Thermal Stone เอาไปแช่เย็นหรือว่าไว้ใกล้กับ Endothermic Fire Pit จะกลายเป็นหินเย็นช่วยให้ระบายความร้อนได้
• พัด หรือกังหันลมเล็กจะช่วยลดความร้อนได้
• ออกเรือไปอาศัยอยู่ใต้ป่าโกงกางจะช่วยลดความร้อนได้มาก

วิธีรับมือช่วงใบไม้ร่วง

เป็นฤดูที่ค่อนข้างสบายไม่โหดร้ายกับผู้เล่น โดยไม่มีสภาพอากาศทำร้ายเหมาะกับการฟาร์มหาทรัพยกรมาใช้ในช่วงฤดูหนาว ระวังเพียงแค่บอส Bearger เท่านั้น เป็นช่วงเวลาในการพักผ่อนจากความโหดร้ายของเกม ช่วงนี้ควรเล่น

Don't Starve Together - วิธีรับมือช่วงฤดูใบไม้ร่วง

วิธีรอดในโซนเกาะพระจันทร์ฺ

เกาะพระจันทร์จะต้องไปด้วยการล่องเรือเท่านั้น ในโซนเกาะพระจันทร์จะแบ่งออกเป็นเกาะย่อยประมาณ 5 เกาะ ซึ่งโซนพระจันทร์จะมีความโดดเด่นเรื่อง ค่าสติจะเปลี่ยนไปเป็นค่าพระจันทร์แทน ความพิเศษของค่านี้คือเป็นด้านตรงข้ามของค่าสติ หากเรามีค่าสติเต็มในเกาะพระจันทร์จะทำให้เราเสียสติ กลับกันหากเรามีค่าสติต่ำในเกาะพระจันทร์เราจะปรกติดี แต่ถ้าออกจากเกาะเราจะเสียสติแทน

Don't Starve Together - วิธีรอดในโซนเกาะพระจันทร์

วิธีเอาชีวิตรอดง่าย ๆ คือเราต้องพกเห็ดเขียวดิบเมื่อกินเข้าไปจะลดค่าสติให้กินจนกว่าค่าสติเหลือ 0 เมื่อเขาเกาะพระจันทร์เราจะใช้ชีวิตได้ปรกติ แต่อย่าลืมว่าถ้าหากจะออกจากเกาะต้องกินเพิ่มค่าสติก่อน ป้องกันการถูกปีศาจเงาโจมตี

ภายในเกาะจะมีของกินเพียงไม่กี่ชนิดแนะนำให้พกเบ็ดตกปลาทะเลไปด้วย หรือเตรียมอาวุธไปล่าสัตว์ในเกาะ โดยสัตว์ส่วนใหญ่จะค่อนข้างโหดกว่าปรกติเล็กน้อย

วิธีรอดในโซนทะเล และป่าโกงกาง

โซนใหม่ล่าสุดของ Don’t Starve Together เราสามารถออกทะเลได้ด้วยการล่องเรือแพออกไป โดยทะเลจะอยู่ล้อมรอบแผ่นดินทั้งหมด รวมไปถึงเกาะพระจันทร์ด้วย ในทะเลจะมีหินโสโครกจำนวนมากตลอดทาง หากเราขับเรือชนจะทำให้เกิดรอยรั่ว จำเป็นต้องพกแผ่นซ่อมเรือไปด้วย นอกจากนี้ยังมีโอกาสเจอมอนสเตอร์ทำลายเรือหลายประเภท ปลาวาฬ และฉลามอีกด้วย

Don't Starve Together - วิธีรอดในโซนทะเล และป่าโกงกาง

โซนป่าโกงกางจะอยู่ในทะเล ซึ่งเราจะพบเป็นกลุ่มต้นไม้กลางทะเล ซึ่งต้นโกงกางสามารถตัดเพื่อเอาท่อนไม้มาคราฟไอเทมได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดความร้อน ป้องกันการเปียกชื้นจากฝนตกได้อีกด้วย โดยต้นโกงกางจะมีผลมะเดือ (Figs) สามารถนำไปคราฟไอเทมได้ แต่เมื่อเก็บจะเป็นการกระตุ้นให้แมงมุมน้ำออกมาจากรัง ในโซนทะเลจะมีโอกาสพบสมบัติใต้ทะเลถ้าใช้แท่นจับสิ่งของจะสามารถเก็บกู้สมบัติได้

Don't Starve Together - วิธีรอดในโซนทะเล และป่าโกงกาง

วิธีรอดในโซนถ้ำ

การลงถ้ำเป็นหนึ่งในความท้าทายของเกม เพราะระบบจะนับว่าการอยู่ในถ้ำนั้นเป็นกลางคืนตลอดเวลา ส่งผลให้เมื่อลงถ้ำค่าสติจะลดลงตลอด นอกจากนี้ภายในถ้ำยังมืดมากส่วนที่พอจะมีแสงสว่างค่อนข้างน้อย เราจะต้องเตรียมอุปกรณ์ และเชื้อเพลิงให้เพียงพอ 

Don't Starve Together - วิธีรอดในโซนถ้ำ

ภายในถ้ำส่วนใหญ่อาหารจะเป็นผลไม้ เห็ด และเนื้อมอนสเตอร์ ซึ่งเนื้อมอนสเตอร์ตัวละครส่วนใหญ่จะกินแล้วเสียค่าสติแม้จะปรุงสุกก็ตาม แนะนำว่าให้หาเนื้อมอนสเตอร์ 1 ชิ้น และผัก 3 ชิ้นใส่ลงหม้อทำอาหารจะได้เมนูมีทบอลแทน แต่ถ้าโชคดีเจอกระต่ายถ้ำ หรือตัวตุ่น ก็สามารถล่าเพื่อเอาเนื้อปรกติมาทานได้เช่นกัน

สิ่งที่ควรเตรียมสำหรับการสำรวจถ้ำ
• หมวกลงเหมือง พร้อมหิ่งห้อยจำนวนมากสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง
• ตะเกียง เชื้อเพลิงใช้เป็นดอกไม้เรืองแสงภายในถ้ำได้
• เนื้อตากแห้ง จะชิ้นเล็กหรือใหญ่ก็ได้ เก็บได้ประมาณ 20 วัน พกมาประมาณ 10 ชิ้น
• วัสดุคราฟไอเทมเช่น หม้อทำอาหาร เต็นท์ หรือถุงนอน เป็นต้น

เกม Don’t Starve Together เป็นเกมที่ค่อนข้างมีระบบ และอีเว้นท์มากมาย ซึ่งตัวเกมค่อนข้างพยายามทำให้เราตาย วิธีการเอาตัวรอดจึงค่อนข้างเยอะ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถเล่นเกมผ่านครบรอบปีได้สบาย สำหรับใครที่ยังไม่มีเกมสามารถซื้อได้ทาง Steam โดยเมื่อซื้อครั้งแรก จะได้ฟรีอีก 1 อันสามารถส่งให้เพื่อนเล่นด้วยได้ แนะนำให้หารค่าเกมกับเพื่อนจะได้ราคาถูกสุด ๆ และยิ่งคุ้มค่ากว่าเดิมเพียงเติม Steam Wallet ผ่านทาง Razer Gold ในราคาสุดคุ้ม! แถมยังได้รับ Razer Silver เอาไปแลกเกมในสตรีมมาเล่นฟรีได้อีกด้วยนะ ห้ามพลาด!

Steam Walletซื้อ Razer Gold PIN
ปุ๋มซื้อ Razer Gold pin

Razer Gold PIN ซื้อที่ไหน

  • ซื้อแบบ Online ได้ที่ line @RazerGoldTH / บุญเติม / Lnwtrue / Lazada / wePAY / Os SHOP / K+ market
  • ซื้อตามร้านสะดวกและร้านค้าที่ร่วมรายการได้ที่ 7 Eleven / ตู้บุญเติม / Family Mart / เติมดี / Lotus